mihas-over-a-year.jpg

บทความ & บทสัมภาษณ์

COPYWRITING : The Art of Crafting Words into Weapons of Mass Motivation เขียน "คำ" ไปทำ "เงิน"

คนส่วนมากไม่รู้ตัวว่า เมื่อพวกเขาตัดสินใจ “ซื้อ” สินค้าหรือบริการใด ๆ นั้น เขาไม่ได้ตัดสินใจเพราะ “ฟังก์ชั่น” การทำงานของมัน (คนกว่า 80% ซื้อสินค้าโดยที่เข้าใจฟังก์ชั่นการทำงานของมันไม่ถึง 50% ด้วยซ้ำ) แต่ “เหตุผลที่แท้จริง” ที่ทำให้เรา “ตัดสินใจซื้อ” คือ เราต้องการ “ความรู้สึก” ที่เราคิดว่าจะมีเมื่อเราได้ครอบครองมันต่างหาก และนั่นแหละครับ คือ พื้นที่การทำงานของ COPYWRITING ศาสตร์แห่งการจูงใจผู้คนให้ทำอะไรก็ได้ด้วย “ถ้อยคำ” เพราะ “พลังของคำพูด” นั้นมหาศาลยิ่งกว่าอาวุธใด ๆ

.

วันนี้ เราจะได้พูดคุยกับ คุณมารุต (ไฟซอล) เมฆลอย Managing Director บริษัท Empower Creative Consultancy นักธุรกิจภาษาและนักพัฒนาชีวิต นักคิด นักเขียนโฆษณา ล่ามสัมมนา พิธีกรสองภาษา และที่ปรึกษาด้านการเขียนโฆษณาให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 200 แบรนด์ กับบทสัมภาษณ์สุดพิเศษ ที่จะพูดคุยในหลายประเด็นที่คุณมารุต ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน

TMTA : ช่วยเล่าถึงประวัติความเป็นมา และจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจนี้หน่อยค่ะ


มารุต : หลังจากที่ผมเรียนจบในระดับ ปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผมก็ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ ในขณะนั้น คุณ ดอน สก๊อต

ชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็น Creative Director ของ เอเจนซี่ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นเจ้าของบริษัทได้มอบโอกาสให้ฝึกฝนงานต่างๆจนผมได้พัฒนาความสามารถในด้านนี้ และในที่สุด ผมก็ได้รับมอบความไว้วางใจให้บริหารจัดการธุรกิจตรงนี้ต่อไป จนดำเนินงานมาจนถึงในปัจจุบันนี้ครับ ซึ่งธุรกิจหลักของบริษัทนั้นจะเน้นการจัดทำ Copywriting สำหรับภาษาอังกฤษ หรือ เรียกว่า งานเขียนคำโฆษณา โดยข้อความหลายๆ ข้อความที่เราเห็นกัน เช่น สื่อสิ่งพิมพ์, วิทยุ, โทรทัศน์ เวปไซต์ โซเชียลมีเดีย บรรดาพรีเซนเตอร์ที่นำมาเผยแพร่ต่างๆ ตลอดจน คำพูด (Speech) ของนายกรัฐมนตรี และ บุคคลสำคัญต่างๆ ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ ดำเนินงานมากว่า 25 ปี จนวันนี้เรามีเครือข่ายทั่วโลกครับ


TMTA : ในยุคปัจจุบัน การเขียนโฆษณาที่ดีนั้นมีความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่น อยากให้ช่วยแนะนำเคล็ดลับขององค์ประกอบสำคัญของการเขียนโฆษณาที่ดีหน่อยค่ะ

มารุต : หลักๆ เลย คือ วิเคราะห์จากมุมของคนที่เป็นเจ้าของแบรนด์ และ มุม Copywriter

ซึ่งเริ่มจากมุมของคนที่เป็นเจ้าของแบรนด์ คือ

1.รู้จักตัวตน สินค้าคุณมีอะไรดีกว่าเค้า มีจุดเด่นอะไรบางอย่าง
2.กรณีสินค้าคุณไม่มีอะไรโดดเด่นเลยจริง ยกตัวอย่าง ธุรกิจกระเป๋าถือของผู้หญิง 
ตามหลักการคนจะตัดสินใจซื้อของมีแค่ 2 เหตุผล 
คือ ซื้อเพราะให้เค้าห่างจากความทุกข์ หรือ ซื้อเพราะเราช่วยให้เค้าเข้าใกล้ความสุขได้ 
อย่างเช่น คนไม่ได้ซื้อลู่วิ่งเพื่อมาออกกำลังกาย แต่ เค้าซื้อมาเพราะเค้าอยากสุขภาพดี อยากหุ่นดี ใส่เสื้อผ้าสวย นี่คือ การตีโจทย์ให้ออกว่าเค้าจะซื้อด้วยเหตุผลอะไร ช่วยอะไร แล้วเอาตรงนั้นมาขยายนำมาสร้างเรื่องราว แล้วถึงเป็นที่มาว่า ทำไมบางแบรนด์ถึงขายกระเป๋าได้ใบละ หลักแสน หรือหลักล้าน เหตุผลของเค้าคือซื้อแล้วทำให้เค้าดูดีขึ้น

ส่วนในมุม Copywriter ต้องมีความสามารถที่จะดึงจุดเด่น หรือสื่อสารได้ตรงประเด็น รวมถึงวิเคราะห์และศึกษาข้อมูล จับประเด็นให้กระชับ และ ใช้ภาษาสละสลวย ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าว่าความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างไร ซึ่งการเขียน Copywriting เป็นทักษะที่สำคัญในโลกยุคนี้ ถ้าหากเราใช้ความสามารถในส่วนนี้ไปใช้ในทางที่ดีก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมากมาย

TMTA : การทำงานด้านนี้ ต้องใช้ความคิดและ แรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน เราจะฝึกทักษะการคิดด้านนี้ได้อย่างไรบ้างคะ มารุต : คนที่เป็นมือสมัครเล่นต้องใช้แรงบันดาลใจ แต่คนที่เป็นมืออาชีพต้องใช้วินัย

คนที่เป็นมืออาชีพจะฝึกตัวเองให้มีวินัย สามารถทำงานได้ทุกสถานการณ์ นี่คือความแตกต่าง โดยโจทย์ หรือ งานบางงานมันยาก แต่เราจะทำอย่างไรให้มีความเก่งขึ้น มากพอให้เราสามารถที่จะรับงานในระดับนี้ได้ โชคดี คือ ส่วนผสมของ โอกาส กับ การเตรียมพร้อม ถ้าโอกาสมาแล้วเราไม่พร้อมที่จะทำ มันจะกลายเป็นความโชคร้ายแทน ดังนั้นคุณจะต้องพยายามฝึกเพื่อพัฒนาตัวเอง

นิยามของวินัย คือ ความพร้อมที่จะทำสิ่งที่ต้องทำในเวลาที่ต้องทำ และเวลาที่ใช่ เช่น ต้องทำภายใน 3 วันนี้ แต่คุณไปเสร็จ 3 อาทิตย์หน้าก็ไม่มีความหมาย หรือ ไม่มีความเป็นมืออาชีพครับ

TMTA : ในช่วงสถานการณ์ที่มีโรคระบาดและภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาลง ทั้ง 2 รอบ เจอปัญหาและอุปสรรคอย่างไรบ้างคะ

มารุต : ครับ จากสถานการณ์ในปีที่ผ่านมาลูกค้าเราที่เป็นบริษัทใหญ่ๆเองก็ได้ลด งบประมาณด้านนี้ออก แต่เนื่องจากที่เรามีฐานลูกค้าเดิมหลากหลายประเทศทั่วโลก และลูกค้าบางรายของเรา ใช้บริการด้านภาษากับเรามากกว่า 9-10 ภาษา ทำให้เหมือนเราได้กระจายความเสี่ยงจึงได้รับผลกระทบไม่มากครับ

TMTA : คิดว่าอะไรคือทักษะ หรือความรู้ที่สำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน


มารุต : แน่นอนครับ ว่า Asset ที่มีค่าที่สุดของทุกบริษัท คือ คน โดยหัวหน้าผมสอนให้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ หากมีข้อผิดพลาดแล้วก็แก้ไขให้ถูกต้อง ฝึกให้คิดแก้ปัญหาตลอดเวลา และวันที่เราต้องบริหารจัดการเองทั้งหมดก็สามารถรับช่วงต่อได้อย่างต่อเนื่องครับ

TMTA : ธุรกิจของคุณได้มีส่วนช่วยเหลือสังคมมุสลิมในด้านใดบ้าง และได้ใช้หลักการอิสลามมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างไรบ้างคะ มารุต : จริงๆแล้ว อิสลามคือ The way of life หรือวิถีชีวิตที่อยู่กับเราในทุกลมหายใจ เรามีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกง ไม่มีนอกมีใน เพราะเรามีอัลลอฮฺ ที่จะรู้การกระทำของเรา ซึ่งตรงนี้ ถ้าคุณพิสูจน์คุณค่าจากตัวคุณเองคุณสมบัติดีพอที่จะไปต่อรอง เป็นมุสลิมที่เก่งและเป็นคนดี และ สามารถพิสูจน์ได้ ผมเชื่อว่าเค้าพร้อมจะให้ความเข้าใจและยอมรับในความเป็นตัวเราครับ

มีเจ้าของร้านอาหารคนหนึ่งที่ผมสนิทเคยให้ข้อคิดไว้ว่า "เราทำร้านอาหารฮาลาล เราต้องทำให้ดีกว่าร้านอาหารที่ไม่ฮาลาล หากทำไม่ได้ มันเสียชื่อคำว่า 'ฮาลาล' อย่าทำดีกว่า ผมคิดว่าข้อคิดนี้ สามารถนำไปปรับใช้ได้กับชีวิตมุสลิมทุกคน เราได้ชื่อว่าเป็นประชาชาติที่ได้รับทางนำ เราต้องทำได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้รับทางนำสิ จริงไหม?

ส่วนการนำหลักการอิสลามมาปรับใช้กับธุรกิจหลักเกณฑ์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายซากาต รวมถึงการเป็นรองนายกที่ช่วยในส่วนงานของจิตอาสาร่วมกับ TMTA ครับ ผมเชื่อว่า TMTA แห่งนี้มีศักยภาพ หรือ Potential ที่จะเป็นองค์กรที่แตกต่าง จะเป็นแสงสว่างให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่อยากจะสร้างสังคมดีๆ ในอนาคตต่อไป

TMTA : หากในอนาคตสมาคมจัดอบรมหรือสัมมนา ให้ความรู้ในด้านธุรกิจ คุณต้องการให้สมาคมจัดอบรมในหัวข้อใดบ้าง

มารุต : ถ้าในเรื่องที่ผมถนัดก็จะเป็นเรื่องศาสตร์พัฒนาตัวเองในระดับสูง, เคล็ดลับสร้างเป้าหมาย, วิธิคิด และ ทักษะการนำเสนอ แต่ถ้าทักษะที่อยากจะเรียนรู้เพิ่มเติม น่าจะเป็นการทำสื่อยุคใหม่ กราฟฟิกดีไซน์การตัดต่อ สร้างสรรค์วิดีโอง่ายๆผ่านมือถือ อยากจะมีทักษะตรงนี้ติดตัวครับ

TMTA : ในฐานะที่คุณมารุต เป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ในสถานการณ์ช่วงนี้หลายธุรกิจอาจประสบปัญหา อยากให้คุณสื่อสารเพื่อให้กำลังใจ แก่เพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจหน่อยค่ะ


มารุต : ผมอยากจะให้กำลังใจทุกท่าน เรากำลังอยู่ในยุคที่ท้าทายมากที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาตร์ เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้างในอนาคต ไม่ต้องคิดไปไกลถึงรุ่นลูกของเรา เอาแค่อีก 3-5 ปีข้างหน้า ยังคาดเดาลำบากเลย อะไรที่เคย "เวิร์ค" มันก็อาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้ นี่คือความเป็นจริง เช่นวันนี้ เราได้เห็นแรงงานทักษะสูง รายได้สูง มั่นคง อย่างเช่น นักบิน หันมาขับ GRAB ก็มีให้เราเห็นในยุคนี้ เป็นต้นครับ

คนที่อยู่ไม่ได้ คือ คนที่ไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง

ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ช้าคุณจะถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าหากวันนี้คุณเตรียมตัวก่อนมันจะมีประตูแห่งโอกาสที่จะเปิดพร้อมรอให้คุณเผชิญกับทุกความท้าทายในอนาคตอย่างแน่นอน


นี่ คือ บทสัมภาษณ์ และ ข้อคิด ดีๆในการประกอบธุรกิจ และกิจกรรมเพื่อสังคมอันหลากหลายบทบาทของ คุณ ไฟซอล (มารุต) เมฆลอย ในวันนี้ค่ะ

ช่องทางการติดต่อ 👇👇👇

Empower Creative Consultancy

Address. 93, Soi Onnuch 66, Yak 1,

Prawet, Prawet Bangkok, Thailand

Email : empowercreative@gmail.com Tel / Fax . 02 721 0100

Website : www.empower.in.th และ www.marutmekloy.com


ดู 284 ครั้ง